fbpx
วิกิพีเดีย

สงคราม ค.ศ. 1812

สงคราม ค.ศ. 1812 เป็นความขัดแย้งทางทหารกินเวลาสองปีครึ่ง สู้รบกันระหว่างสหรัฐอเมริกาฝ่ายหนึ่งกับสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ อาณานิคมอเมริกาเหนือและพันธมิตรอินเดียนอเมริกาเหนืออีกฝ่ายหนึ่ง นักประวัติศาสตร์ในสหรัฐและแคนาดามองว่าความขัดแย้งนี้เป็นสงคราม แต่นักประวัติศาสตร์ชาวยุโรปบางทีมองว่าเป็นเขตสงครามย่อมของสงครามนโปเลียน เนื่องจากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสงครามนั้น (โดยเฉพาะระบบภาคพื้นทวีป) เมื่อสงครามยุติใน ค.ศ. 1815 ปัญหาส่วนใหญ่ระงับแล้วและไม่มีการเปลี่ยนแปลงเขตแดน

สงคราม ค.ศ. 1812

เรียงตามเข็มนาฬิกา:ความเสียหายของเขตเมืองหลวงอเมริกา หลังจากการเผากรุงวอชิงตัน
เซอร์ไอแซค บร็อกได้รับบาดเจ็บระหว่างยุทธการที่ควีนสตัน ไฮตส์
กองเรืออเมริกันเข้าปะทะกับกองเรืออังกฤษ
เทคูมเซทเสียชีวิตระหว่างการรบ
แอนดรูว์ แจ๊คสันสามารถเอาชนะกองทัพอังกฤษได้ในยุทธการนิวส์ออร์ลินส์
วันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ.1812 – 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1815
(2 years and 8 months)
สถานที่ ตะวันออกและตอนกลางของทวีปอเมริกาเหนือ
มหาสมุทรแอตแลนติก
มหาสมุทรแปซิฟิค
ผลลัพธ์ ไม่มีการเสียดินแดน
  • มีการวางเป็นกลางทางการทหาร
  • ความพ่ายแพ้ของสหพันธรัฐเทคูมเซท
คู่ขัดแย้ง
สหรัฐอเมริกาและพันธมิตร จักรวรรดิอังกฤษ และ พันธมิตร
  •  สหราชอาณาจักร
    • อาณานิคมแคนาดา
  • สหพันธรัฐเทคูเมช (จนกระทั่งปี 1813)
    • ชาวน์นี
    • ชาวครีดไม้แดง
    • โอจิ๊บเวย์
    • ชนเผ่าฟ็อก
    • อิโรควอส
    • ชนเผ่าไมอามี่
    • มินโก
    • ชนเผ่าออตตาวา
    • ชาวคิคกาพู
    • เลนาเป(สมัยนั้นเป็นดาลาแวร์)
    • มัสโคเตน
    • โปตาวาโตมิ
    • ชาวซังก์
    • ชาวเวียนดอต
  • สเปนบูร์บง
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
เจมส์ แมดิสัน เจ้าชายแห่งเวลส์
รอเบิร์ต เจ็นคินสัน เอิร์ลที่ 2 แห่งลิเวอร์พูล
  • จอร์จ เพรโวสต์
  • ไอแซค บร็อก  
  • กอร์ดอน ดรัมมอนด์
  • ชาร์ลส์ เดอ ซาลาเบอร์รี
  • อเล็กซานเดอร์ คอชเรน
  • โรเบิร์ต รอส  
  • เจมส์ ลูคัส เยโอ
  • เจมส์ ฟิตซ์กิ๊บบอน
  • โรเจอร์ เฮล ชีฟฟ์
  • เทคูมเซท  
กำลัง
สหรัฐอเมริกา จักรวรรดิอังกฤษ
  • กองทัพอังกฤษ
    -5,200 นาย(สงครามเริ่ม)
    -48,160 นาย(สงครามจบ)
    -ทหารประจำการอาณานิคม 10,000 นาย
    -ทหารอาณานิคมแคนาดา 4,000 นาย
  • กองทัพเรืออังกฤษ
  • กองพลเรือหลวง
    -เรือแถวตอน: 11 ลำ
    -เรือรบโบราณ 34 ลำ
    -เรือลำอื่น 52 ลำ
    -กองเรือต่างจังหวัด
    -เรือ 9 ลำ
  • ชนพื้นเมือง
    -10,000 นาย
กำลังพลสูญเสีย
ตายในหน้าที่ 2,200-3,721 นาย
  • บาดเจ็บ 4,505 นาย
  • เสียชีวิตจากทุกสาเหตุ 15,000 นาย
  • ทาสถูกปลดปล่อย 40,000 คน
  • ถูกจับ 20,000 นาย
  • เรือรบ 8 ลำ ถูกจับและถูกเผา
  • เรือส่วนตัว 278 ลำ ถูกจับ
  • เรือสินค้า 1,400 ลำ ถูกจับ
ตายในหน้าที่ 1,160-1,960 นาย
  • บาดเจ็บ 3,679 นาย
  • เสียชีวิตจากทุกสาเหตุ 10,000 นาย
  • เรือรบ 4 ลำ ถูกจับ
  • เรือสินค้า 1,344 ลำ ถูกจับ ( อีก 373 ถูกตะครุบ )
  • ถูกจับ 15,500 นาย

พันธมิตรชนเผ่า

  • เสียชีวิต 10,000 นาย
  • จำนวนการถูกจับตัวไม่ทราบ
กองกำลังทหารบางแห่งดำเนินการในพื้นที่ของตนเท่านั้น
บางส่วนถูกสังหารในที่รบ
การป้องกันชายฝั่งและการป้องกันชายฝั่งในพื้นที่แถวทะเลสาบ

สหรัฐประกาศสงครามเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 1812 ด้วยหลายสาเหตุ ซึ่งรวมการจำกัดการค้าซึ่งมาจากสงครามกับฝรั่งเศสของบริเตน การเกณฑ์กะลาสีวาณิชย์อเมริกันถึง 10,000 คนเข้าราชนาวี การสนับสนุนเผ่าอเมริกันพื้นเมืองที่ต่อสู้กับผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอเมริกันที่ชายแดนของบริเตน ความเจ็บแค้นจากการลบหลู่เกียรติของชาติระหว่างเหตุการณ์เชซาพีก–เลพเพิร์ด และผลประโยชน์ของอเมริกันที่เป็นไปได้ในการผนวกดินแดนของบริเตน เป้าหมายสงครามหลักของบริเตน คือ ป้องกันอาณานิคมอเมริกาเหนือของตน แม้ยังหวังด้วยว่าจะตั้งรัฐกันชนอินเดียนที่เป็นกลางในมิดเวสต์

สงครามนี้รบกันในสามเขตสงคราม เขตสงครามแรก ในทะเล เรือรบและไพรวะเทียร์ (privateer) ต่างฝ่ายโจมตีเรือพาณิชย์ของอีกฝ่าย ขณะที่บริเตนปิดล้อมชายฝั่งแอตแลนติกของสหรัฐและตีโฉบฉวยขนาดใหญ่ในสงครามระยะหลัง เขตสงครามที่สอง มีการสู้รบทางบกและนาวิกตามชายแดนสหรัฐ–แคนาดา เขตสงครามที่สาม มียุทธการขนาดใหญ่ในภาคใต้ของสหรัฐอเมริกาและกัล์ฟโคสต์ เมื่อสงครามยุติ ทั้งสองฝ่ายลงนามและให้สัตยาบันสนธิสัญญาเกนต์ และตามสนธิสัญญา คืนดินแดนที่ถูกยึดครอง เชลยศึกและเรือที่ถูกยึด (แม้ไม่มีฝ่ายใดคืนเรือรของอีกฝ่ายเนื่องจากมักขึ้นระวางประจำการอีกครั้งเมื่อยึดได้) แก่เจ้าของก่อนสงครามและคืนความสัมพันธ์การค้าฉันท์มิตรโดยปราศจากข้อจำกัด

ฝ่ายบริเตนใช้ยุทธศาสตร์ตั้งรับเป็นหลักในจังหวัดอัปเปอร์และโลวเออร์แคนาดา เนื่องจากกองทัพบกและเรือส่วนใหญ่ติดพันในทวีปยุโรปโดยสู้รบในสงครามนโปเลียน ชัยช่วงต้นเหนือกองทัพสหรัฐที่นำอย่างเลว เช่น ในยุทธการที่ควีนสตันไฮตส์ (Battle of Queenston Heights) แสดงว่าการพิชิตแคนาดาจะพิสูจน์ว่ายากกว่าที่คาด กระนั้น สหรัฐยังสามารถชนะพันธมิตรอเมริกันพื้นเมืองของบริเตนได้อย่างร้ายแรง ยุติโอกาสของสมาพันธรัฐอินเดียนและรัฐอเมริกันพื้นเมืองเอกราชในมิดเวสต์โดยบริเตนให้การสนับสนุน กองทัพสหรัฐยังสามารถได้กำไรและคว้าชัยหลายครั้ง ณ ชายแดนแคนาดา เข้าควบคุมทะเลสาบอีรีใน ค.ศ. 1813 ยึดส่วนตะวันตกของอัปเปอร์แคนาดา ทว่า ความพยายามยึดมอนทรีออลขนาดใหญ่ของสหรัฐถูกขับไล่ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1813 แม้ชัยสำคัญของสหรัฐที่ชิพเพวา (Chippawa) เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1814 สุดท้ายความพยายามจริงจังของสหรัฐในการพิชิตอัปเปอร์แคนาดาอย่างสมบูรณ์ต้องเลิกให้หลังยุทธการที่ลันดีส์เลน (Battle of Lundy's Lane) อันนองเลือดเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1814 จากนั้น สหรัฐถอยไปประมาณ 30 กิโลเมตรจากลันดีส์เลนไปฟอร์ตอีรี ที่ซึ่งต้านทานการล้อมนานหลายเดือน สุดท้ายบริเตนถอนกำลัง แต่เมื่อฤดูหนาวย่างกราย ฝ่ายอเมริกันรื้อป้อมแล้วถอยข้ามไนแอการา

ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1814 ด้วยความปราชัยของนโปเลียน ฝ่ายบริเตนเริ่มใช้ยุทธศาสตร์ที่ก้าวร้าวมากขึ้น โดยส่งกองทัพบุกครองขนาดใหญ่ขึ้นและเพิ่มการปิดล้อมทางทะเลให้แน่นหนาขึ้น ทว่า เมื่อสงครามนโปเลียนยุติในทวีปยุโรป รัฐบาลทั้งสองกระตือรือร้นที่จะคืนสู่สภาพปกติและการเจรจาสันติภาพเริ่มในเกนต์เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1814 ในดีปเซาท์ พลเอก แอนดรูว์ แจ็คสันทำลายความเข้มแข้งทางทหารของชาติมัสคีกี (ครีค) (Muscogee (Creek) Nation) ที่ยุทธการที่ฮอร์สชูเบนด์ (Battle of Horseshoe Bend) ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1814 ฝ่ายบริเตนชนะยุทธการที่แฮมพ์เด็น (Battle of Hampden) ทำให้ได้ยึดครองรัฐเมนตะวันออก และชัยของบริเตนที่ยุทธการที่บลาเดนสเบิร์ก (Battle of Bladensburg) ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1814 ทำให้ได้ยึดและเผาวอชิงตัน ดี.ซี. ทว่า กองทัพบริเตนถูกขับไล่ในความพยายามยึดบัลติมอร์และป้อมโบว์เยอร์ (Fort Bowyer) และระหว่างการบุกฟายาล (Fayal) ชัยของอเมริกาในเดือนกันยายน ค.ศ. 1814 ที่ยทธการที่แพลตต์สเบิร์ก (Battle of Plattsburgh) ขับไล่การบุกครองนิวยอร์กของบริเตน ซึ่งร่วมกับแรงกดดันจากพ่อค้าต่อรัฐบาลบริเตน ทำให้นักการทูตบริเตนที่เกนต์เลิกเรียกร้องรัฐกันชนพื้นเมืองเอกราชและการอ้างสิทธิ์ดินแดนที่เดิมรัฐบาลแสวง เนื่องจากเรือต้องใช้เวลาข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกหกสัปดาห์ ข่าวสนธิสัญญาสันติภาพจึงมาไม่ทันบริเตนเผชิญความปราชัยสำคัญที่นิวออร์ลีนส์ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1815

ในสหรัฐ ชัยระยะหลังเหนือกองทัพบริเตนที่กำลังบุกครองที่ยุทธการที่แพลตต์สเบิร์ก บัลติมอร์ (บันดาลใจให้เพลงชาติสหรัฐ "เดอะสตาร์สแปงเกิลด์แบนเนอร์") และนิวออร์ลีนส์ผลิตความรู้สึกครึ้มใจเหนือ "สงครามประกาศอิสรภาพที่สอง" ต่อบริเตน สงครามยุติโดยประสบความสำเร็จสำหรับชาวอเมริกัน โดยชนะยุทธนาการสุดท้ายของสงครามและนำพา "ยุคแห่งความรู้สึกดี" ซึ่งความเกลียดพลพรรคแทบหายไปหมดเมื่อเผชิญกับชาตินิยมอเมริกันที่เสริมให้แข็งแกร่งขึ้น สงครามนี้ยังเป็นจุดพลิกผันสำคัญในการพัฒนากองทัพสหรัฐ สมรรถนะที่เลวของหน่วยทหารอาสาสมัครสหรัฐหลายหน่วย โดยเฉพาะระหว่างการบุกครองแคนาดาค.ศ. 1812–1813 และการป้องกันวอชิงตัน ค.ศ. 1814 ชวนให้รัฐบาลสหรัฐเห็นความจำเป็นต้องเปลี่ยนการพึ่งพาทหารอาสาสมัครดังสมัยปฏิวัติและมุ่งสร้างกองทัพประจำการอาชีพมากขึ้น สเปนเข้าร่วมการสู้รบในฟลอริดาแต่ไม่เป็นคู่สงครามอย่างเป็นทางการ กองทัพสเปนบางส่วนสู้โดยอยู่ฝ่ายบริเตนระหว่างการยึดครองเพนซาโคลา (Occupation of Pensacola) สหรัฐเข้าเป็นเจ้าของเขตโมบายล์ (Mobile District) ของสเปนเป็นการถาวร

อ้างอิง

  1. Battle of the Thames, Encyclopædia Britannica, Many British troops were captured and Tecumseh was killed, destroying his Indian alliance and breaking the Indian power in the Ohio and Indiana territories. After this battle, most of the tribes abandoned their association with the British.
  2. Upton 2003.
  3. Allen 1996, p. 121.

สงคราม, 1812, บทความน, ไม, การอ, างอ, งจากแหล, งท, มาใดกร, ณาช, วยปร, บปร, งบทความน, โดยเพ, มการอ, างอ, งแหล, งท, มาท, าเช, อถ, เน, อความท, ไม, แหล, งท, มาอาจถ, กค, ดค, านหร, อลบออก, เร, ยนร, าจะนำสารแม, แบบน, ออกได, อย, างไรและเม, อไร, เป, นความข, ดแย, งทางทห. bthkhwamniimmikarxangxingcakaehlngthimaidkrunachwyprbprungbthkhwamni odyephimkarxangxingaehlngthimathinaechuxthux enuxkhwamthiimmiaehlngthimaxacthukkhdkhanhruxlbxxk eriynruwacanasaraemaebbnixxkidxyangiraelaemuxir sngkhram kh s 1812 epnkhwamkhdaeyngthangthharkinewlasxngpikhrung surbknrahwangshrthxemrikafayhnungkbshrachxanackrbrietnihyaelaixraelnd xananikhmxemrikaehnuxaelaphnthmitrxinediynxemrikaehnuxxikfayhnung nkprawtisastrinshrthaelaaekhnadamxngwakhwamkhdaeyngniepnsngkhram aetnkprawtisastrchawyuorpbangthimxngwaepnekhtsngkhramyxmkhxngsngkhramnopeliyn enuxngcakpyhathiekiywkhxngkbsngkhramnn odyechphaarabbphakhphunthwip emuxsngkhramyutiin kh s 1815 pyhaswnihyrangbaelwaelaimmikarepliynaeplngekhtaednsngkhram kh s 1812eriyngtamekhmnalika khwamesiyhaykhxngekhtemuxnghlwngxemrika hlngcakkarephakrungwxchingtnesxrixaeskh brxkidrbbadecbrahwangyuththkarthikhwinstn ihtskxngeruxxemriknekhapathakbkxngeruxxngkvsethkhumesthesiychiwitrahwangkarrbaexndruw aeckhsnsamarthexachnakxngthphxngkvsidinyuththkarniwsxxrlinswnthi 18 mithunayn kh s 1812 18 kumphaphnth kh s 1815 2 years and 8 months sthanthi tawnxxkaelatxnklangkhxngthwipxemrikaehnuxmhasmuthraextaelntikmhasmuthraepsifikhphllphth immikaresiydinaedn mikarwangepnklangthangkarthhar khwamphayaephkhxngshphnthrthethkhumesthkhukhdaeyngshrthxemrikaaelaphnthmitr shrth chxkhthxw ephaechxorkhi phnthmitrchawkhrid ckrwrrdixngkvs aela phnthmitr shrachxanackr xananikhmaekhnada shphnthrthethkhuemch cnkrathngpi 1813 1 chawnni chawkhridimaedng oxcibewy chnephafxk xiorkhwxs chnephaimxami minok chnephaxxttawa chawkhikhkaphu elnaep smynnepndalaaewr msokhetn optawaotmi chawsngk chawewiyndxt sepnburbng flxrida thungpi kh s 1814 phubychakarhruxphunaecms aemdisn ehnri ediyrbxrn eckhxb brawn winfild skxtt aexndruw aeckhsn wileliym ehnri aehrrisn wileliym hul echly esbulxn ipkh wileliym ehnri winedxr echly oxliewxr aehsard ephrri ixaeskh chxnsiy ecachayaehngewls rxebirt ecnkhinsn exirlthi 2 aehngliewxrphul cxrc ephrowst ixaeskh brxk kxrdxn drmmxnd charls edx salaebxrri xelksanedxr khxchern orebirt rxs ecms lukhs eyox ecms fitskibbxn orecxr ehl chiff ethkhumesth kalngshrthxemrika kxngthphshrth 7 000 nay sngkhramerim 35 800 nay sngkhramcb phlhnwyying 3 049 nay thharxasa 458 463 nay kxngthpheruxshrth kxngthpheruxshrth aela kxngphleruxesrim eruxrbobran 6 la eruxlaxunxik 14 la kxngkalngchnphunemuxng chxkhthxw 125 nay thiehluximthrab 2 ckrwrrdixngkvs kxngthphxngkvs 5 200 nay sngkhramerim 48 160 nay sngkhramcb thharpracakarxananikhm 10 000 nay thharxananikhmaekhnada 4 000 nay kxngthpheruxxngkvs kxngphleruxhlwng eruxaethwtxn 11 la eruxrbobran 34 la eruxlaxun 52 la kxngeruxtangcnghwd erux 9 la chnphunemuxng 10 000 nay 3 kalngphlsuyesiytayinhnathi 2 200 3 721 nay badecb 4 505 nay esiychiwitcakthuksaehtu 15 000 nay thasthukpldplxy 40 000 khn thukcb 20 000 nay eruxrb 8 la thukcbaelathukepha eruxswntw 278 la thukcb eruxsinkha 1 400 la thukcb tayinhnathi 1 160 1 960 nay badecb 3 679 nay esiychiwitcakthuksaehtu 10 000 nay eruxrb 4 la thukcb eruxsinkha 1 344 la thukcb xik 373 thuktakhrub thukcb 15 500 nayphnthmitrchnepha esiychiwit 10 000 nay canwnkarthukcbtwimthrabkxngkalngthharbangaehngdaeninkarinphunthikhxngtnethannbangswnthuksngharinthirbkarpxngknchayfngaelakarpxngknchayfnginphunthiaethwthaelsabshrthprakassngkhramemuxwnthi 18 mithunayn kh s 1812 dwyhlaysaehtu sungrwmkarcakdkarkhasungmacaksngkhramkbfrngesskhxngbrietn kareknthkalasiwanichyxemriknthung 10 000 khnekharachnawi karsnbsnunephaxemriknphunemuxngthitxsukbphutngthinthanchawxemriknthichayaednkhxngbrietn khwamecbaekhncakkarlbhluekiyrtikhxngchatirahwangehtukarnechsaphik elphephird aelaphlpraoychnkhxngxemriknthiepnipidinkarphnwkdinaednkhxngbrietn epahmaysngkhramhlkkhxngbrietn khux pxngknxananikhmxemrikaehnuxkhxngtn aemynghwngdwywacatngrthknchnxinediynthiepnklanginmidewstsngkhramnirbkninsamekhtsngkhram ekhtsngkhramaerk inthael eruxrbaelaiphrwaethiyr privateer tangfayocmtieruxphanichykhxngxikfay khnathibrietnpidlxmchayfngaextaelntikkhxngshrthaelatiochbchwykhnadihyinsngkhramrayahlng ekhtsngkhramthisxng mikarsurbthangbkaelanawiktamchayaednshrth aekhnada ekhtsngkhramthisam miyuththkarkhnadihyinphakhitkhxngshrthxemrikaaelaklfokhst emuxsngkhramyuti thngsxngfaylngnamaelaihstyabnsnthisyyaeknt aelatamsnthisyya khundinaednthithukyudkhrxng echlysukaelaeruxthithukyud aemimmifayidkhuneruxrkhxngxikfayenuxngcakmkkhunrawangpracakarxikkhrngemuxyudid aekecakhxngkxnsngkhramaelakhunkhwamsmphnthkarkhachnthmitrodyprascakkhxcakdfaybrietnichyuththsastrtngrbepnhlkincnghwdxpepxraelaolwexxraekhnada enuxngcakkxngthphbkaelaeruxswnihytidphninthwipyuorpodysurbinsngkhramnopeliyn chychwngtnehnuxkxngthphshrththinaxyangelw echn inyuththkarthikhwinstnihts Battle of Queenston Heights aesdngwakarphichitaekhnadacaphisucnwayakkwathikhad krann shrthyngsamarthchnaphnthmitrxemriknphunemuxngkhxngbrietnidxyangrayaerng yutioxkaskhxngsmaphnthrthxinediynaelarthxemriknphunemuxngexkrachinmidewstodybrietnihkarsnbsnun kxngthphshrthyngsamarthidkairaelakhwachyhlaykhrng n chayaednaekhnada ekhakhwbkhumthaelsabxiriin kh s 1813 yudswntawntkkhxngxpepxraekhnada thwa khwamphyayamyudmxnthrixxlkhnadihykhxngshrththukkhbilineduxnphvscikayn kh s 1813 aemchysakhykhxngshrththichiphephwa Chippawa emuxwnthi 5 krkdakhm kh s 1814 sudthaykhwamphyayamcringcngkhxngshrthinkarphichitxpepxraekhnadaxyangsmburntxngelikihhlngyuththkarthilndiseln Battle of Lundy s Lane xnnxngeluxdemuxwnthi 25 krkdakhm kh s 1814 caknn shrththxyippraman 30 kiolemtrcaklndiselnipfxrtxiri thisungtanthankarlxmnanhlayeduxn sudthaybrietnthxnkalng aetemuxvduhnawyangkray fayxemriknruxpxmaelwthxykhaminaexkaraineduxnemsayn kh s 1814 dwykhwamprachykhxngnopeliyn faybrietnerimichyuththsastrthikawrawmakkhun odysngkxngthphbukkhrxngkhnadihykhunaelaephimkarpidlxmthangthaelihaennhnakhun thwa emuxsngkhramnopeliynyutiinthwipyuorp rthbalthngsxngkratuxruxrnthicakhunsusphaphpktiaelakarecrcasntiphapheriminekntemuxeduxnsinghakhm kh s 1814 indipesath phlexk aexndruw aeckhsnthalaykhwamekhmaekhngthangthharkhxngchatimskhiki khrikh Muscogee Creek Nation thiyuththkarthihxrschuebnd Battle of Horseshoe Bend ineduxnknyayn kh s 1814 faybrietnchnayuththkarthiaehmphedn Battle of Hampden thaihidyudkhrxngrthemntawnxxk aelachykhxngbrietnthiyuththkarthiblaednsebirk Battle of Bladensburg ineduxnsinghakhm kh s 1814 thaihidyudaelaephawxchingtn di si thwa kxngthphbrietnthukkhbilinkhwamphyayamyudbltimxraelapxmobweyxr Fort Bowyer aelarahwangkarbukfayal Fayal chykhxngxemrikaineduxnknyayn kh s 1814 thiyththkarthiaephlttsebirk Battle of Plattsburgh khbilkarbukkhrxngniwyxrkkhxngbrietn sungrwmkbaerngkddncakphxkhatxrthbalbrietn thaihnkkarthutbrietnthiekntelikeriykrxngrthknchnphunemuxngexkrachaelakarxangsiththidinaednthiedimrthbalaeswng enuxngcakeruxtxngichewlakhammhasmuthraextaelntikhkspdah khawsnthisyyasntiphaphcungmaimthnbrietnephchiykhwamprachysakhythiniwxxrlinsineduxnmkrakhm kh s 1815inshrth chyrayahlngehnuxkxngthphbrietnthikalngbukkhrxngthiyuththkarthiaephlttsebirk bltimxr bndalicihephlngchatishrth edxastarsaepngekildaebnenxr aelaniwxxrlinsphlitkhwamrusukkhrumicehnux sngkhramprakasxisrphaphthisxng txbrietn sngkhramyutiodyprasbkhwamsaercsahrbchawxemrikn odychnayuththnakarsudthaykhxngsngkhramaelanapha yukhaehngkhwamrusukdi sungkhwamekliydphlphrrkhaethbhayiphmdemuxephchiykbchatiniymxemriknthiesrimihaekhngaekrngkhun sngkhramniyngepncudphlikphnsakhyinkarphthnakxngthphshrth smrrthnathielwkhxnghnwythharxasasmkhrshrthhlayhnwy odyechphaarahwangkarbukkhrxngaekhnadakh s 1812 1813 aelakarpxngknwxchingtn kh s 1814 chwnihrthbalshrthehnkhwamcaepntxngepliynkarphungphathharxasasmkhrdngsmyptiwtiaelamungsrangkxngthphpracakarxachiphmakkhun sepnekharwmkarsurbinflxridaaetimepnkhusngkhramxyangepnthangkar kxngthphsepnbangswnsuodyxyufaybrietnrahwangkaryudkhrxngephnsaokhla Occupation of Pensacola shrthekhaepnecakhxngekhtombayl Mobile District khxngsepnepnkarthawrxangxing aekikh Battle of the Thames Encyclopaedia Britannica Many British troops were captured and Tecumseh was killed destroying his Indian alliance and breaking the Indian power in the Ohio and Indiana territories After this battle most of the tribes abandoned their association with the British Upton 2003 Allen 1996 p 121 ekhathungcak https th wikipedia org w index php title sngkhram kh s 1812 amp oldid 9402841, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม