fbpx
วิกิพีเดีย

การออกเสียงประชามติ

การออกเสียงประชามติ (อังกฤษ: referendum) คือ การนำร่างกฎหมาย ร่างรัฐธรรมนูญ และนโยบายที่สำคัญของประเทศ ไปผ่านการตัดสินเพื่อแสดงความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบโดยประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย นับเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อแนวทางการปกครองประเทศ และถือเป็นประชาธิปไตยทางตรงแบบหนึ่งซึ่งประชาชนมีส่วนมีเสียงโดยตรงในการบริหารราชการแผ่นดิน

ประวัติ

คำว่าการออกเสียงประชามติ หรือ referendum มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน "ad referendum" มีความหมายว่า "การนำมาให้สัตยาบัน" (หรือการนำมาให้รับรอง) แนวคิดเรื่องนี้เกิดขึ้นนานแล้วในทวีปยุโรป

ประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศมาจากประชาชน เพื่อให้สมาชิกในสังคมอยู่ร่วมกันเป็นปกติสุข มติของคนในสังคมจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เดิมประชาชนในรัฐมีจำนวนไม่มาก จึงสามารถใช้อำนาจออกเสียงต่อกิจการบ้านเมืองได้โดยตรง แต่เมื่อรัฐเจริญขึ้นและมีประชากรมากขึ้น หากต่างคนต่างใช้อำนาจก็ย่อมทำให้เกิดความวุ่นวาย ต่อมาจึงจัดให้มีระบบผู้แทนราษฎรขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้แทนราษฎรทำหน้าที่รับความคิดเห็นมาจากประชาชน ออกเสียงแทนประชาชนในเรื่องต่าง ๆ เป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ (จัดทำกฎหมาย) และอำนาจบริหาร (คณะรัฐมนตรี) แทนประชาชน

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในทางสังคมวิทยาแล้ว สมาชิกผู้แทนราษฎรหรือพรรคการเมืองที่สังกัดก็ดี อาจใช้วิธีการต่าง ๆ ในการเอื้อประโยชน์ต่อตนเองหรือแก่พรรคซึ่งทำให้การใช้อำนาจเหล่านั้นไม่ตรงกับเจตนาของประชาชนส่วนใหญ่ หรือแม้ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะมีเจตนาบริสุทธิ์ ประชาชนมีส่วนในการเป็นเจ้าของประเทศ มีผลได้ผลเสียด้วย จึงมีวิธีการที่หลากหลายในการตรวจสอบการใช้อำนาจ วิธีตรวจสอบเดิมคือการเลือกตั้งเท่านั้น โดยหากประชาชนเห็นว่าผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกไปไม่มีประสิทธิภาพหรือปฏิบัติตัวไม่ดี ก็ไม่เลือกผู้แทนคนนั้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

การออกเสียงประชามติเป็นกลไกที่นำมาเสริมทฤษฎีตัวแทนของประชาชน โดยให้สิทธิแก่ประชาชนในการตัดสินใจต่อกิจการหรืองานใด ๆ สนับสนุนหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นอกจากการให้สิทธิประชาชนออกเสียงประชามติในเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแล้ว บางประเทศยังเปิดโอกาสให้มีการออกเสียงประชามติในเรื่องอื่น ๆ เช่น ร่างกฎหมายหรือนโยบายที่สำคัญหรือกิจการอื่นที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

ประเทศไทย

หลายประเทศมีการออกเสียงประชามติเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว ประเทศไทยเคยมีการนำเอาการออกเสียงประชามติมาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับ พ.ศ. 2492 ฉบับ พ.ศ. 2511 ฉบับ พ.ศ. 2517 ฉบับ พ.ศ. 2540 และฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2549 โดยสามฉบับแรกกำหนดให้ประชาชนมีสิทธิออกเสียงประชามติในกรณีที่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเท่านั้น ส่วนฉบับ พ.ศ. 2540 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีสามารถขอให้ประชาชนออกเสียงประชามติในเรื่องที่อาจกระทบถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือประชาชนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยไม่เคยมีการดำเนินการออกเสียงประชามติตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้จนกระทั่ง พ.ศ. 2550 ที่มีการออกเสียงให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2549 (ชั่วคราว)

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 ได้บัญญัติให้มีการนำระบบการออกเสียงประชามติมาใช้ในประเทศไทยอีกครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ประชาชนออกเสียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 โดยการออกเสียงจัดให้มีขั้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550 และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการออกเสียงประชามติในประเทศไทย ซึ่งผลรวมทั่วประเทศออกมามีผู้เห็นชอบ 57.81 % และไม่เห็นชอบ 42.19 % หรือคิดจากผู้มีสิทธิทั้งหมดได้ผลตามตาราง

รายการ คะแนน คิดเป็นร้อยละของผู้มีสิทธิทั้งหมด
จำนวนผู้เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ 14,249,520 31.05%
จำนวนผู้ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ 10,419,912 22.71%
จำนวนบัตรเสีย 479,715 1.05%
จำนวนไม่ออกเสียง 20,741,342 45.20%
จำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศ 45,890,489 100%

รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้บัญญัติให้นำการออกเสียงประชามติมาใช้ดังปรากฏในมาตรา 165 โดยการจัดให้มีการออกเสียงประชามติให้กระทำได้ในสองกรณี คือ กรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่ากิจการในเรื่องใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือประชาชน นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการออกเสียงประชามติได้ และในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีการออกเสียงประชามติ โดยรัฐต้องดำเนินการให้ข้อมูลอย่างเพียงพอ และให้บุคคลฝ่ายที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบกับกิจการนั้น มีโอกาสแสดงความคิดเห็นของตนได้อย่างเท่าเทียมกัน หลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

  1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
  • นันทวัฒน์ บรมานันท์, สารานุกรมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. ๒๕๔๐) หมวดองค์กรทางการเมือง เรื่อง ๑๒. การออกเสียงประชามติ, กรุงเทพฯ : สถาบันพระปกเกล้า, องค์การค้าของคุรุสภา, 2544, 45 หน้า. ISBN 974-00-8346-3

การออกเส, ยงประชามต, งกฤษ, referendum, การนำร, างกฎหมาย, างร, ฐธรรมน, และนโยบายท, สำค, ญของประเทศ, ไปผ, านการต, ดส, นเพ, อแสดงความเห, นชอบหร, อไม, เห, นชอบโดยประชาชนผ, เป, นเจ, าของอำนาจอธ, ปไตย, บเป, นการเป, ดโอกาสให, ประชาชนได, วนร, วมในการต, ดส, นใจต, อแนวท. karxxkesiyngprachamti xngkvs referendum khux karnarangkdhmay rangrththrrmnuy aelanoybaythisakhykhxngpraeths ipphankartdsinephuxaesdngkhwamehnchxbhruximehnchxbodyprachachnphuepnecakhxngxanacxthipity nbepnkarepidoxkasihprachachnidmiswnrwminkartdsinictxaenwthangkarpkkhrxngpraeths aelathuxepnprachathipitythangtrngaebbhnungsungprachachnmiswnmiesiyngodytrnginkarbriharrachkaraephndin enuxha 1 prawti 2 praethsithy 2 1 rththrrmnuy ph s 2549 chwkhraw 2 2 rththrrmnuy ph s 2550 3 duephim 4 xangxingprawti aekikhkhawakarxxkesiyngprachamti hrux referendum miraksphthmacakphasalatin ad referendum mikhwamhmaywa karnamaihstyabn hruxkarnamaihrbrxng aenwkhideruxngniekidkhunnanaelwinthwipyuorppraethsthipkkhrxnginrabxbprachathipity xanacsungsudinkarpkkhrxngpraethsmacakprachachn ephuxihsmachikinsngkhmxyurwmknepnpktisukh mtikhxngkhninsngkhmcungthuxepneruxngsakhy edimprachachninrthmicanwnimmak cungsamarthichxanacxxkesiyngtxkickarbanemuxngidodytrng aetemuxrthecriykhunaelamiprachakrmakkhun haktangkhntangichxanackyxmthaihekidkhwamwunway txmacungcdihmirabbphuaethnrasdrkhunephuxaekikhpyhadngklaw phuaethnrasdrthahnathirbkhwamkhidehnmacakprachachn xxkesiyngaethnprachachnineruxngtang epnphuichxanacnitibyyti cdthakdhmay aelaxanacbrihar khnarthmntri aethnprachachnxyangirktam hakphicarnainthangsngkhmwithyaaelw smachikphuaethnrasdrhruxphrrkhkaremuxngthisngkdkdi xacichwithikartang inkarexuxpraoychntxtnexnghruxaekphrrkhsungthaihkarichxanacehlannimtrngkbectnakhxngprachachnswnihy hruxaemwasmachiksphaphuaethnrasdrcamiectnabrisuththi prachachnmiswninkarepnecakhxngpraeths miphlidphlesiydwy cungmiwithikarthihlakhlayinkartrwcsxbkarichxanac withitrwcsxbedimkhuxkareluxktngethann odyhakprachachnehnwaphuaethnrasdrthiidrbeluxkipimmiprasiththiphaphhruxptibtitwimdi kimeluxkphuaethnkhnnninkareluxktngkhrngtxipkarxxkesiyngprachamtiepnklikthinamaesrimthvsditwaethnkhxngprachachn odyihsiththiaekprachachninkartdsinictxkickarhruxnganid snbsnunhlkkarsakhykhxngrabxbprachathipityxyangaethcring nxkcakkarihsiththiprachachnxxkesiyngprachamtiineruxngekiywkbrththrrmnuyaelw bangpraethsyngepidoxkasihmikarxxkesiyngprachamtiineruxngxun echn rangkdhmayhruxnoybaythisakhyhruxkickarxunthisngphlkrathbtxprachachnpraethsithy aekikhhlaypraethsmikarxxkesiyngprachamtiepnewlahlayrxypiaelw praethsithyekhymikarnaexakarxxkesiyngprachamtimabyytiiwinrththrrmnuyaehngrachxanackrithy chbb ph s 2492 chbb ph s 2511 chbb ph s 2517 chbb ph s 2540 aelachbbchwkhraw ph s 2549 odysamchbbaerkkahndihprachachnmisiththixxkesiyngprachamtiinkrnithiepnkaraekikhephimetimrththrrmnuyethann swnchbb ph s 2540 kahndihnaykrthmntriaelakhnarthmntrisamarthkhxihprachachnxxkesiyngprachamtiineruxngthixackrathbthungphlpraoychnkhxngpraethschatihruxprachachntamhlkeknththikahndiwinkdhmayprakxbrththrrmnuy xyangirktam praethsithyimekhymikardaeninkarxxkesiyngprachamtitamthirththrrmnuyidbyytiiwcnkrathng ph s 2550 thimikarxxkesiyngihkhwamehnchxbhruximehnchxbtxrangrththrrmnuy ph s 2550 rththrrmnuy ph s 2549 chwkhraw aekikh rththrrmnuyaehngrachxanackrithy chbbchwkhraw ph s 2549 idbyytiihmikarnarabbkarxxkesiyngprachamtimaichinpraethsithyxikkhrng odymiwtthuprasngkhinkarihprachachnxxkesiyngehnchxbhruximehnchxb rangrththrrmnuyaehngrachxanackrithy phuththskrach 2550 odykarxxkesiyngcdihmikhnemuxwnthi 19 singhakhm ph s 2550 aelanbepnkhrngaerkinprawtisastrthimikarxxkesiyngprachamtiinpraethsithy sungphlrwmthwpraethsxxkmamiphuehnchxb 57 81 aelaimehnchxb 42 19 hruxkhidcakphumisiththithnghmdidphltamtarang raykar khaaenn khidepnrxylakhxngphumisiththithnghmdcanwnphuehndwykbrangrththrrmnuy 14 249 520 31 05 canwnphuimehndwykbrangrththrrmnuy 10 419 912 22 71 canwnbtresiy 479 715 1 05 canwnimxxkesiyng 20 741 342 45 20 canwnphumisiththixxkesiyngthwpraeths 45 890 489 100 rththrrmnuy ph s 2550 aekikh rththrrmnuyaehngrachxanackrithy phuththskrach 2550 idbyytiihnakarxxkesiyngprachamtimaichdngpraktinmatra 165 1 odykarcdihmikarxxkesiyngprachamtiihkrathaidinsxngkrni khux krnithikhnarthmntriehnwakickarineruxngidxackrathbthungpraoychnidesiykhxngpraethschatihruxprachachn naykrthmntriodykhwamehnchxbkhxngkhnarthmntrixacpruksaprathansphaphuaethnrasdraelaprathanwuthisphaephuxprakasinrachkiccanuebksaihmikarxxkesiyngprachamtiid aelainkrnithimikdhmaybyytiihmikarxxkesiyngprachamti odyrthtxngdaeninkarihkhxmulxyangephiyngphx aelaihbukhkhlfaythiehnchxbaelaimehnchxbkbkickarnn mioxkasaesdngkhwamkhidehnkhxngtnidxyangethaethiymkn hlkeknthaelawithikarxxkesiyngprachamtiihepniptamphrarachbyytiprakxbrththrrmnuywadwykarxxkesiyngprachamtiduephim aekikhkarlngprachamtiaeykepnexkrachxangxing aekikh rththrrmnuyaehngrachxanackrithy phuththskrach 2550 nnthwthn brmannth saranukrmrththrrmnuyaehngrachxanackrithy ph s 2540 hmwdxngkhkrthangkaremuxng eruxng 12 karxxkesiyngprachamti krungethph sthabnphrapkekla xngkhkarkhakhxngkhuruspha 2544 45 hna ISBN 974 00 8346 3 bthkhwamekiywkbkaremuxng karpkkhrxngniyngepnokhrng khunsamarthchwywikiphiediyidodyephimkhxmulekhathungcak https th wikipedia org w index php title karxxkesiyngprachamti amp oldid 6572628, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม